1. เหรียญโกษาปาน พ.ศ. 2229

การตีพิมพ์เหรียญที่ระลึก เนื่องในโอกาสอันสำคัญของบ้านเมืองหรือสถาบันใดๆ นั้นเป็นการบันทึกเหตุการณ์ ด้วยภาพเช่นเดียวกับการบันทึกประวัติศาสตร์ด้วยตัวหนังสือ การตีพิมพ์เหรียญประเภทนี้ประเทศในภาคพื้นยุโรป อาทิ ประเทศอังกฤษ,ฝรั่งเศส,และเยอรมันได้กระทำกันมาแล้วแต่ครั้งโบราณกาลโดยเฉพาะประเทศฝรั่งเศสถึงกับมีคำกล่าวกันในวงนักสะสมเหรียญที่ระลึกว่าประวัติศาสตร์ของประเทศฝรั่งเศสนั้นไม่จำต้องอ่านจากหนังสือประวัติศาสตร์ แต่จะศึกษาหาดูได้จากเหรียญที่ระลึก เหรียญที่ระลึกนอกจากจะเป็นสิ่งที่บันทึกภาพเหตุการณ์อันสำคัญลงบนแผ่นโลหะอันมีค่าแล้วยังเป็นงานศิลปซึ่งออกแบบโดยศิลปิน ช่างประติมากรรมอันมีชื่อเสียงโด่งดัง ควรแก่การเก็บรักษาไว้เป็นสมบัติชั่วลูกชั่วหลาน ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ประเทศโปรตุเกสนับเป็นฝรั่งชาติแรกที่เข้ามาติดต่อค้าขายกับประเทศไทยโดยส่งทูตมาเจริญสัมพันธไมตรีกับไทยในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ เป็นครั้งแรก จากนั้นก็มีอังกฤษ ฮอลันดา ฝรั่งเศส ได้ติดตามเข้ามา และได้ส่งทูตมากรุงศรีอยุธยาอยู่เนื่อง ๆ ครั้งที่เด่นและเป็นที่เลื่องลือมากที่สุดก็คือการติดต่อทางการทูตในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชกับพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ แห่งประเทศฝรั่งเศส ความสัมพันธ์กันเฟื่องฟูระหว่างไทยกับฝรั่งเศสในสมัยสมเด็จพระนารายณ์นี้ เป็นที่จดจำลำลึกของคนทั้งหลายตลอดมาทั้งนี้เพราะถือเป็นครั้งแรกที่ปรากฏว่า พระเจ้าแผ่นดินของประเทศทางตะวันออกได้ส่งทูตไปเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศทางตะวันตก ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศฝรั่งเศสนั้นเกิดขึ้นจากการที่สมเด็จพระนารายณ์ทรงต้องการใช้ฝรั่งเศสเป็นประเทศถ่วงดุลย์อำนาจกับประเทศทางตะวันตกอื่นๆ โดยเฉพาะฮอลันดา ที่เข้ามามีบทบาทในกรุงศรีอยุธยาอยู่ในขณะนั้นทั้งนี้เพราะสมเด็จพระนารายณ์ทรงวิตกกับท่าทีของนักสำรวจชาวฮอลันดา ซึ่งพยายามแล่นเรือล่วงล้ำเข้าไปในเขตน้ำโขงพระองค์ทรงระแวงในท่าทีของฮอลันดาที่อาจจะคิดร้ายต่อไทยจึงพยายามรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับฝรั่งเศส เพราะพระองค์ทรงทราบว่าฝรั่งเศสเป็นคู่แข่งอันสำคัญกับฮอลันดาอยู่ในขณะนั้นคงจะต้องปกป้องรักษาผลประโยชน์ของตน และยังจะทำให้ฮอลันดาไม่กล้าที่จะทำอะไรกับไทยอีกด้วย สมเด็จพระนารายณ์จึงทรงส่งราชทูตไปเจริญสัมพันธไมตรีกับฝรั่งเศสภายหลังสงครามทางยุโรปสงบลงแล้ว และประกอบกับฝรั่งเศสได้ตั้งบริษัทอินเดียตะวันออกของตนขึ้นที่กรุงศรีอยุธยา จึงมีเรือที่จะนำราชทูตไปเจริญพระราชไมตรียังฝรั่งเศสได้ พระองค์ทรงให้ความสำคัญแก่ประเทศฝรั่งเศสเป็นอย่างมากทรงคัดเลือกราชทูตล้วนแต่เป็นผู้มีความชำนาญทางการทูตอย่างดีเดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรีในครั้งนั้น ในเวลาเดียวกันทางประเทศฝรั่งเศสก็พยายามจะเผยแพร่เกียรติคุณและอำนาจมายังประเทศทางตะวันออกอยู่พอดี และประสงค์จะชักจูงสมเด็จพระนารายณ์ให้ทรงเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสนิกายโรมันคาทอลิกพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ จึงทรงส่งคณะทูตซึ่งประกอบด้วย เชอวาเลียเดอ โชมองต์ เป็นราชทูต และบาทหลวงเดอ ชัวซียย์ เป็บอุปทูตมายังประเทศไทย เมื่อ พ.ศ. ๒๒๒๘
การที่พระมหากษัตริย์ซึ่งมีอำนาจในยุโรปส่งราชทูตมาเมืองไทย ทำให้สมเด็จพระนารายณ์ทรงพอพระทัย เนื่องจากทรงทราบว่าฝรั่งเศสมีความเจริญรุ่งเรืองและมีพลังอำนาจในยุโรปอยู่ในขณะนั้น จึงทรงตัดสินพระทัยที่จะมีสัมพันธไมตรีกับฝรั่งเศสให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นดังนั้นเมื่อราชทูต เดอ โชมองต์ ทูลลากลับฝรั่งเศส จึงได้พระราชทานตะลุ่มทองคำและของมีค่ามากมายแก่ราชทูต พร้อมกันนั้นก็โปรดให้ส่งราชทูตไทยและเครื่องราชบรรณาการไปถวายพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ อีกครั้งหนึ่ง ในปีพ.ศ. ๒๒๒๙ คณะทูตไทยครั้งนี้ประกอบด้วย
1. ออกพระวิสูตรสุนทร (ปาน) เป็นราชทูต
2. ออกหลวงกัลยาราชไมตรี เป็นอุปทูต
3. ออกขุนศรีวิศาลวาจา เป็นตรีทูต
4. เจ้าอาวาส เดอ ลี ออง เป็นล่าม
5. ออกพระวิสูตรสุนทร
ซึ่งต่อมาเลื่อนเป็นพระยาโกษาธิบดีหรือที่รู้จักกันว่าโกษาปาน ถือเป็นราชทูตที่เฉลียวฉลาด และเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ เป็นอย่างสูง นักประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสได้เขียนยกย่องไว้ว่า โกษาปานเป็นผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยมระหว่างที่อยู่ในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเกตุการณ์เมื่อครั้งราชทูตไทยเข้าเฝ้าเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายพระราชสาส์น ณ ท้องพระโรงของพระราชวังแวร์ชายน์ในกรุงปารีสได้ปรากฎเป็นภาพอยู่ในปฏิทินของประเทศฝรั่งเศสในปีถัดมา คือป ีค.ศ. ๑๖๘๗ เป็นภาพลายเส้น ลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดเกี่ยวกับพิธีที่คณะราชทูตไทยเฝ้าทูลเกล้าถวายฯ พระราชสาส์น ซึ่งไม่ปรากฎนามผู้เขียน การที่ไทยได้ส่งคณะทูตไปเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศฝรั่งเศสครั้งนี้ เป็นข่าวเล่าลือกันมากในประเทศตะวันออกที่ไทยติดต่อค้าขายอยู่ เช่น จีน ญี่ปุ่น ชวา มลายู อินเดีย เป็นต้น แม้กระทั่งในยุโรปก็ยังมีหนังสือพิมพ์ลงข่าวเกี่ยวกับการเดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรีของราชทูตไทยในครั้งนั้นด้วย การที่กรุงสยามส่งราชทูตไปฝรั่งเศสครั้งนี้ เป็นที่ตื่นเต้นของชาวฝรั่งเศสเป็นอย่างมาก เพราะเป็นครั้งแรกที่กษัตริย์แห่งบูรพาทิศส่งราชทูตไปเจริญสัมพัธไมตรีกับฝรั่งเศส พระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ทรงให้การต้อนรับการเข้าถวายพระราชสาส์นของสมเด็จพระนารายณ์อย่างใหญ่โตสมพระเกียรติ คณะทูตไทยได้เข้าเฝ้าตามธรรมเนียมไทย จึงเป็นที่ประทับใจของชาวฝรั่งเศสมาก เพราะถือว่าเป็นการแสดงคารวะอย่างสูงสุดต่อกษัตริย์ของเขา
เหรียญโกษาปานนี้ ต่อมาในยุคสมัยปัจจุบัน ก็ยังคงเป็นที่ใฝ่หาของบรรดานักสะสมเหรียญคราวใดที่มีโอกาสไปเยี่ยมกรมกษาปณ์แห่งกรุงปารีส และถึงแม้จะเป็นเหรียญย้อนยุค ไม่ใช่เหรียญที่ตีพิมพ์ขึ้นดั้งเดิมในสมัยเมื่อ ๓๐๐ ปีมาแล้วก็ตาม ก็ยังนับว่าเป็นของคู่ควรแก่การเก็บรักษาไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์ในเกียรติประวัติของชาติไทย
เหรียญโกษาปาน เนื้อบรอนซ์กะไหล่เงิน
ข้อมูลจำเพาะ
ลักษณะของเหรียญ : เป็นเหรียญกลมแบน
ด้านหน้า : มีข้อความว่า Ludovicus Magnus Rex Ghristianiss และมีรูปครึ่งพระองค์ด้านข้างของพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔
ด้านหลัง : มีข้อความว่า Fama Vintutis และมีพระรูปเหมือนของพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ประทับบนบัลลังก์ ประดับด้วยแจกันและกระถางไฟ การเสด็จออกรับราชทูตไทยครั้งนี้จัดขึ้นใน ห้องกระจกมีราชทูตไทยสามท่านกำลังหมอบกราบถวายบังคม ไม่มีพระประยูรญาติข้าราชบริพารและคณะผู้ติดตามราชทูตไทยปรากฎอยู่ในภาพนั้น
ด้านล่างของเหรียญมีข้อความว่า Gratores Rigis Siam , MDCLXXXVI
ชนิดโลหะ : บรอนซ์ ( BRONZE )
ผู้ออกแบบ : Mauger F. Jean. มีอายุอยู่ในระหว่าง ค . ศ . ๑๖๔๘ – ๑๗๒๒ (พ . ศ . ๒๑๙๑ – ๒๒๖๕) เป็นผู้ที่มีผลงานมากที่สุดในบรรดาช่างแกะสลักในรัชกาลของพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔
ที่มา :http://www.thaimedals.com/web/2229.php

















































































